| เช้าวันนี้(11 กค.55)
ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์
นายจิรายุทธ วัจนะรัตน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์
นำข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวเพชรบูรณ์ทุกหมู่เหล่า
ประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และกล่าวถวายราชสดุดี
เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงกตเวทิตาคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต
ด้วยปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นที่แน่ชัดว่า วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม ปีพุทธศักราช 2231 เป็นวันเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และนับถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 324
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ วันที่ 11
กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
เป็นวันรัฐพิธี โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ
และให้ส่วนราชการจัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะในวันดังกล่าว
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าปราสาททอง
พระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา
กับพระราชมารดา ผู้ทรงเป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
ทรงพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ เดือนยี่
ปีวอก พุทธศักราช 2175 ครั้นเมื่อพระชนมายุได้ 25 พรรษา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษก ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ องค์ที่
27 แห่งกรุงศรีอยุธยา
ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ทั้งในด้านทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ
ทรงสถาปนาเมืองเก่า เมืองลวธานี
หรือลพบุรีในปัจจุบัน เป็นราชธานีที่สอง
ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในบูรพาประเทศ ที่เป็นมิตรกับและสนิทสนมกับชาวยุโรป
เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับประเทศตะวันตก
ที่เข้ามาแสวงหาอาณานิคมและเผยแพร่ลัทธิทางศาสนา
ผลแห่งการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ในยุโรป
ทำให้เกิดการถ่ายเทอารยธรรม ยังความเจริญในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การค้า
และสถาปัตยกรรมแก่สยามประเทศ นอกจากนี้
ยังทรงพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะวรรณคดี
ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไทยไว้หลายเรื่อง
ได้แก่ พระราชนิพนธ์โคลง เรื่องทศรถสอนพระราม พาลีสอนน้อง ราชสวัสดิ์
และ สมุทรโฆษคำฉันท์ เป็นต้น
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จดำรงราชสมบัตินานถึง 32 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ปีพุทธศักราช 2231 สิริรวมพระชนมายุ 56 พรรษา |