ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ (Gross Provincial Product : GPP) มีมูลค่า 86,039 ล้านบาท จากข้อมูลสถิติในปี พ.ศ. 2551 2553
พบว่า ในปี พ.ศ. 2553 สาขาการผลิตด้านเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้
มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมมากที่สุด จำนวน 41,595 ล้านบาท และมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปี
พ.ศ. 2552 จำนวน 10,676 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 34 และสาขาก่อสร้าง ขายปลีก
ขายส่ง
มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 10,015 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2552 เล็กน้อย จำนวน 40 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.40 และสาขาการผลิตเหมืองแร่และเหมืองหิน
มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมมากเป็นอันดับ 3 จำนวน 7,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.
2552 จำนวน 596 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.20 และมีแนวโน้มที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2553 เป็นลำดับที่ 1
ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เป็นลำดับ 4 ของภาคเหนือ และลำดับที่ 21 ของประเทศ
|
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด(GPP) จังหวัดเพชรบูรณ์
ปี 2553
|
|
ลำดับ
|
อันดับของภาคเหนือ
|
GPP (ล้านบาท)
|
ลำดับ
|
อันดับของประเทศ
|
GPP (ล้านบาท)
|
|
1
|
เชียงใหม่
|
138,112
|
1
|
กรุงเทพ
|
2,514,251
|
|
2
|
นครสวรรค์
|
92,912
|
2
|
สมุทรปราการ
|
698,022
|
|
3
|
กำแพงเพชร
|
86,564
|
3
|
ระยอง
|
635,096
|
|
4
|
เพชรบูรณ์
|
86,039
|
4
|
ชลบุรี
|
532,965
|
|
5
|
เชียงราย
|
78,914
|
5
|
อยุธยา
|
479,601
|
|
6
|
พิษณุโลก
|
70,327
|
21
|
เพชรบูรณ์
|
86,039
|
|
ที่มา
: สำนักงานคลังจังหวัดเพชรบูรณ์
|
|
ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด(GPP) จังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2553
|
|
ลำดับ
|
อันดับของภาคเหนือ
|
GPP
(ล้านบาท)
|
ลำดับ
|
อันดับของประเทศ
|
GPP
(ล้านบาท)
|
|
1
|
เชียงใหม่
|
138,112
|
1
|
กรุงเทพ
|
2,514,251
|
|
2
|
นครสวรรค์
|
92,912
|
2
|
สมุทรปราการ
|
698,022
|
|
3
|
กำแพงเพชร
|
86,564
|
3
|
ระยอง
|
635,096
|
|
4
|
เพชรบูรณ์
|
86,039
|
4
|
ชลบุรี
|
532,965
|
|
5
|
เชียงราย
|
78,914
|
5
|
อยุธยา
|
479,601
|
|
6
|
พิษณุโลก
|
70,327
|
21
|
เพชรบูรณ์
|
86,039
|
|
ที่มา : สำนักงานคลังจังหวัดเพชรบูรณ์
|
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (Growth Rate) ณ ราคาคงที่ปี 2531 คิดเป็นร้อยละ 2.4 ชะลอตัวจากปีที่ผ่านมา (ปี
2552) ร้อยละ 4.8 แยกเป็นการผลิตภาคการเกษตร ขยายตัวร้อยละ 1.91 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.49 ในปีที่ผ่านมา และการผลิตภาคนอกเกษตร ขยายตัวร้อยละ 2.72 ชะลอตัวจากที่ขยายตัว
ร้อยละ 6.51
ในปีที่ผ่านมาการชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร
เป็นผลจากการหดตัวของสาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ สาขาเหมืองแร่และย่อยหิน สาขาการขายส่ง
ขายปลีกฯ
และสาขาขนส่ง
ประกอบกับการชะลอตัวของสาขาการศึกษาและสาขาก่อสร้าง
ขณะที่สาขาอุตสาหกรรม สาขาไฟฟ้าฯ สาขาตัวกลางทางการเงิน
และสาขาการบริหารราชการยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
รายได้เฉลี่ยต่อประชากร (GPP per capita) ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2553 เท่ากับ 82,902 บาท/คน/ปี เพิ่มขึ้นจาก 55,435 บาท/คน/ปี ในปีที่ผ่านมา เป็นลำดับ 5
ของภาคเหนือ และลำดับที่ 36 ของประเทศ
|